การปรับปรุงประสิทธิภาพการเรียนรู้ของเครื่องจักรในข้อมูลเรซูเม่ที่ไม่สมดุลโดยใช้ SMOTE สำหรับการจำแนกประเภทผู้สมัครงาน

ปัญหาความไม่สมดุลของข้อมูลในกระบวนการเรียนรู้ของเครื่องเป็นข้อจำกัดสำคัญที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพของโมเดล โดยเฉพาะในกรณีที่กลุ่มข้อมูลกลุ่มน้อยมีจำนวนน้อยกว่ากลุ่มข้อมูลกลุ่มใหญ่ ทำให้โมเดลเรียนรู้มีความลำเอียงและจำแนกข้อมูลได้ไม่แม่นยำ วิธีการแก้ไขปัญหานี้ในปัจจุบันที่ได้รับความนิยมคือการเพิ่มข้อมูลต...

Full description

Saved in:
Bibliographic Details
Main Authors: วริสรา วสุอารยะศักดิ์, ณัฐดนัย มังคลัง, จิรภัทร สมเสียง, ชัยศิริ สนิทพลกลาง
Format: Article
Language:English
Published: Surindra Rajabhat University, Faculty of Science and Technology, Department of Computer Education 2025-04-01
Series:Journal of Computer and Creative Technology
Subjects:
Online Access:https://so13.tci-thaijo.org/index.php/jcct/article/view/1557
Tags: Add Tag
No Tags, Be the first to tag this record!
_version_ 1850200701223829504
author วริสรา วสุอารยะศักดิ์
ณัฐดนัย มังคลัง
จิรภัทร สมเสียง
ชัยศิริ สนิทพลกลาง
author_facet วริสรา วสุอารยะศักดิ์
ณัฐดนัย มังคลัง
จิรภัทร สมเสียง
ชัยศิริ สนิทพลกลาง
author_sort วริสรา วสุอารยะศักดิ์
collection DOAJ
description ปัญหาความไม่สมดุลของข้อมูลในกระบวนการเรียนรู้ของเครื่องเป็นข้อจำกัดสำคัญที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพของโมเดล โดยเฉพาะในกรณีที่กลุ่มข้อมูลกลุ่มน้อยมีจำนวนน้อยกว่ากลุ่มข้อมูลกลุ่มใหญ่ ทำให้โมเดลเรียนรู้มีความลำเอียงและจำแนกข้อมูลได้ไม่แม่นยำ วิธีการแก้ไขปัญหานี้ในปัจจุบันที่ได้รับความนิยมคือการเพิ่มข้อมูลตัวอย่างด้วยวิธี SMOTE ซึ่งสร้างตัวอย่างข้อมูลใหม่ในกลุ่มชนกลุ่มน้อยโดยอาศัยการคำนวณระยะห่างระหว่างข้อมูลที่มีอยู่ งานวิจัยนี้นำเสนอการประยุกต์ใช้ SMOTE ในการปรับปรุงประสิทธิภาพการเรียนรู้ของเครื่องด้วยโมเดล Decision Tree, Random Forest, และ K-NN จากชุดข้อมูลที่ไม่สมดุล พบว่าค่าความถูกต้องของโมเดลเพิ่มขึ้นจาก 0.83, 0.86, และ 0.80 เป็น 0.84, 0.88, และ 0.82 ตามลำดับโดยมีนัยสำคัญทางสถิติหลังจากใช้ SMOTE ซึ่งแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของวิธีการดังกล่าวในการแก้ไขปัญหาความไม่สมดุลของข้อมูล ผลการวิจัยยืนยันว่า SMOTE ช่วยปรับปรุงความสามารถในการจำแนกข้อมูลชนกลุ่มน้อยทำให้โมเดลมีความแม่นยำและเหมาะสมต่อการใช้งานในบริบทที่ข้อมูลมีความไม่สมดุล โดยเข้ามาช่วยลดเวลาในการคัดเลือกบุคคลของฝ่ายสรรหาบุคลากรได้อีกด้วย
format Article
id doaj-art-290567b68c904cd8b061ac3ef56490f1
institution OA Journals
issn 2985-1580
2985-1599
language English
publishDate 2025-04-01
publisher Surindra Rajabhat University, Faculty of Science and Technology, Department of Computer Education
record_format Article
series Journal of Computer and Creative Technology
spelling doaj-art-290567b68c904cd8b061ac3ef56490f12025-08-20T02:12:15ZengSurindra Rajabhat University, Faculty of Science and Technology, Department of Computer EducationJournal of Computer and Creative Technology2985-15802985-15992025-04-013110.14456/jcct.2025.4การปรับปรุงประสิทธิภาพการเรียนรู้ของเครื่องจักรในข้อมูลเรซูเม่ที่ไม่สมดุลโดยใช้ SMOTE สำหรับการจำแนกประเภทผู้สมัครงานวริสรา วสุอารยะศักดิ์0ณัฐดนัย มังคลัง1จิรภัทร สมเสียง2ชัยศิริ สนิทพลกลาง3นักศึกษา สาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์และปัญญาประดิษฐ์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม จังหวัดกรุงเทพมหานคร 10900 ประเทศไทยนักศึกษา สาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์และปัญญาประดิษฐ์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม จังหวัดกรุงเทพมหานคร 10900 ประเทศไทยนักศึกษา สาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์และปัญญาประดิษฐ์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม จังหวัดกรุงเทพมหานคร 10900 ประเทศไทยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร., สาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์และปัญญาประดิษฐ์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม จังหวัดกรุงเทพมหานคร 10900 ประเทศไทย ปัญหาความไม่สมดุลของข้อมูลในกระบวนการเรียนรู้ของเครื่องเป็นข้อจำกัดสำคัญที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพของโมเดล โดยเฉพาะในกรณีที่กลุ่มข้อมูลกลุ่มน้อยมีจำนวนน้อยกว่ากลุ่มข้อมูลกลุ่มใหญ่ ทำให้โมเดลเรียนรู้มีความลำเอียงและจำแนกข้อมูลได้ไม่แม่นยำ วิธีการแก้ไขปัญหานี้ในปัจจุบันที่ได้รับความนิยมคือการเพิ่มข้อมูลตัวอย่างด้วยวิธี SMOTE ซึ่งสร้างตัวอย่างข้อมูลใหม่ในกลุ่มชนกลุ่มน้อยโดยอาศัยการคำนวณระยะห่างระหว่างข้อมูลที่มีอยู่ งานวิจัยนี้นำเสนอการประยุกต์ใช้ SMOTE ในการปรับปรุงประสิทธิภาพการเรียนรู้ของเครื่องด้วยโมเดล Decision Tree, Random Forest, และ K-NN จากชุดข้อมูลที่ไม่สมดุล พบว่าค่าความถูกต้องของโมเดลเพิ่มขึ้นจาก 0.83, 0.86, และ 0.80 เป็น 0.84, 0.88, และ 0.82 ตามลำดับโดยมีนัยสำคัญทางสถิติหลังจากใช้ SMOTE ซึ่งแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของวิธีการดังกล่าวในการแก้ไขปัญหาความไม่สมดุลของข้อมูล ผลการวิจัยยืนยันว่า SMOTE ช่วยปรับปรุงความสามารถในการจำแนกข้อมูลชนกลุ่มน้อยทำให้โมเดลมีความแม่นยำและเหมาะสมต่อการใช้งานในบริบทที่ข้อมูลมีความไม่สมดุล โดยเข้ามาช่วยลดเวลาในการคัดเลือกบุคคลของฝ่ายสรรหาบุคลากรได้อีกด้วย https://so13.tci-thaijo.org/index.php/jcct/article/view/1557ความไม่สมดุลของคลาสSMOTEการเรียนรู้ของเครื่องการจำแนกเรซูเม่
spellingShingle วริสรา วสุอารยะศักดิ์
ณัฐดนัย มังคลัง
จิรภัทร สมเสียง
ชัยศิริ สนิทพลกลาง
การปรับปรุงประสิทธิภาพการเรียนรู้ของเครื่องจักรในข้อมูลเรซูเม่ที่ไม่สมดุลโดยใช้ SMOTE สำหรับการจำแนกประเภทผู้สมัครงาน
Journal of Computer and Creative Technology
ความไม่สมดุลของคลาส
SMOTE
การเรียนรู้ของเครื่อง
การจำแนกเรซูเม่
title การปรับปรุงประสิทธิภาพการเรียนรู้ของเครื่องจักรในข้อมูลเรซูเม่ที่ไม่สมดุลโดยใช้ SMOTE สำหรับการจำแนกประเภทผู้สมัครงาน
title_full การปรับปรุงประสิทธิภาพการเรียนรู้ของเครื่องจักรในข้อมูลเรซูเม่ที่ไม่สมดุลโดยใช้ SMOTE สำหรับการจำแนกประเภทผู้สมัครงาน
title_fullStr การปรับปรุงประสิทธิภาพการเรียนรู้ของเครื่องจักรในข้อมูลเรซูเม่ที่ไม่สมดุลโดยใช้ SMOTE สำหรับการจำแนกประเภทผู้สมัครงาน
title_full_unstemmed การปรับปรุงประสิทธิภาพการเรียนรู้ของเครื่องจักรในข้อมูลเรซูเม่ที่ไม่สมดุลโดยใช้ SMOTE สำหรับการจำแนกประเภทผู้สมัครงาน
title_short การปรับปรุงประสิทธิภาพการเรียนรู้ของเครื่องจักรในข้อมูลเรซูเม่ที่ไม่สมดุลโดยใช้ SMOTE สำหรับการจำแนกประเภทผู้สมัครงาน
title_sort การปรับปรุงประสิทธิภาพการเรียนรู้ของเครื่องจักรในข้อมูลเรซูเม่ที่ไม่สมดุลโดยใช้ smote สำหรับการจำแนกประเภทผู้สมัครงาน
topic ความไม่สมดุลของคลาส
SMOTE
การเรียนรู้ของเครื่อง
การจำแนกเรซูเม่
url https://so13.tci-thaijo.org/index.php/jcct/article/view/1557
work_keys_str_mv AT wrisrāwsuxāryaṣạkdi kārprạbprungprasithṭhiphāphkārreīynrūkhxngkherụxngcạkrnıkĥxmūlresūmèthīmịsmduldoychısmotesảhrạbkārcảnækpraphethphūsmạkhrngān
AT ṇạṭhdnạymạngkhlạng kārprạbprungprasithṭhiphāphkārreīynrūkhxngkherụxngcạkrnıkĥxmūlresūmèthīmịsmduldoychısmotesảhrạbkārcảnækpraphethphūsmạkhrngān
AT cirphạthrsmseīyng kārprạbprungprasithṭhiphāphkārreīynrūkhxngkherụxngcạkrnıkĥxmūlresūmèthīmịsmduldoychısmotesảhrạbkārcảnækpraphethphūsmạkhrngān
AT chạyṣirisnithphlklāng kārprạbprungprasithṭhiphāphkārreīynrūkhxngkherụxngcạkrnıkĥxmūlresūmèthīmịsmduldoychısmotesảhrạbkārcảnækpraphethphūsmạkhrngān